วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555



 ถึงของหวานๆ จะเย้ายวนกวนกิเลสนัก แต่ถ้าทำตามวิธีต่อไปนี้ ความหวานก็ทำอะไรคุณไม่ได้

    1. ใน 1 วันนักไดเอทไม่ควรจะกินมากกว่า 1,200 แคลอรี ถ้าของหวานของคุณมีแคลอรีสูงนัก งั้นก็เปลี่ยนมื้อเย็นให้เป็นสลัดผักที่มีแคลอรีต่ำสิ จำนวนแคลอรีที่เหลือก็เอาไว้กินของหวานให้ชุ่มปากไปเลย

    2. แทนที่จะกินของหวานมั่วไปหมด ก็พยายามเลือกให้เป็นอะไรที่ดีต่อสุขภาพ และแคลอรีไม่สูงมาก เช่น ผลไม้ราดวิปครีม หรือไอศกรีมไขมันต่ำ

    3. มีผลการวิจัยบอกว่า ถ้าอดใจไม่กินของหวานได้ติดต่อกันถึง 2 สัปดาห์ ความอยากก็จะหายไปเอง ก็ต้องขึ้นอยู่กับความอึดของสาวๆ แล้วล่ะว่าจะทนได้หรือเปล่า

    4.เอาความหวานของผลไม้มาทดแทน ถ้าทานผลไม้ให้มากขึ้น ความอยากของหวานๆ ก็จะน้อยลงไปเอง

    5. ถ้าจะกินให้ได้จริงๆ ควรจะลดปริมาณของหวานลงครึ่งหนึ่ง เช่นปกติ ทานไอศกรีม 3 ก้อนก็กินแค่ก้อนเดียว กินช็อกโกแลต 2 แท่ง ก็กินแค่แท่งเดียว





     6. ทุกวันนี้ขนมแทบทุกอย่างมีตัวตายตัวแทนเป็นของแคลอรีต่ำหมดแล้ว เช่นไอศกรีมไม่มีไขมัน ช็อกโกแลตไขมันต่ำ เค้กแบบไขมันต่ำ ถ้ากินแบบนี้ถึงไม่ต้องอดของหวานแต่ก็สกัดความอ้วนไว้ได้

    7. ใช้ความพอใจในด้านอื่นมาชดเชย เช่น ถ้าอยากกินของหวานก็ให้ดมดอกไม้หอมๆ แทน เพราะประสาทส่วนที่รับความพึงพอใจจะทำงานเหมือนๆ กัน จึงจะช่วยลดความอยากลงได้

    8. มีลูกอม น้ำ หรือ หมากฝรั่งน้ำตาลต่ำติดโต๊ะไว้ ถ้าอยากกินของหวานก็คว้าใส่ปากเคี้ยวแก้ขัดแทน

    9. จิบน้ำชาอุ่นๆ ใส่น้ำตาลเทียมครึ่งซองในระหว่างวัน จะช่วยให้รู้สึกสบายท้องและผ่อนคลายขึ้น เป็นการพบกันครึ่งทางกับความอยากที่กำลังรบกวนจิตใจอยู่

    10. ทำของหวานกินเอง เช่น เอาช็อกโกแลตไปต้มให้ละลายแล้วเอามาจุ่มสตรอเบอร์รี่ จากนั้นก็แช่เย็นไว้ให้ช็อกโกแลตแข็งตัว เวลาอยากของหวานก็หยิบมากินครั้งละ 2 ลูก ด้วยวิธีนี้จะได้กินของชอบสมใจแต่ปริมาณน้อยลง เพราะช็อกโกแลตที่เคลือบผิวสตรอเบอร์รี่อยู่น่ะมีนิดเดียวเท่านั้นเอง

ผีสามตัว !

ผีสามตัว นั่งคุยกัน อยู่ข้างวัด
เงียบสงัด วังเวง น่าเกรงขาม
นั่งปรับทุก ถามสุกดิบ ตอนสามยาม
ตัวแรกถาม ตัวที่สอง บอกข้าที
...ว่าทำไม เจ้าใย ถึงตายเล่า
เรื่องมันเศร้า ข้าโดนยิง ตอนหลบหนี
แล้วถามกลับ เจ้าทำไม สิ้นชีวี
ตัวข้านี้ โดนแทง ตอนตีกัน
...ผีทั้งสอง หันไปมอง ตัวที่สาม
แล้วก็ถาม ว่าทำไม ถึงตัวสั่น
ทั้งร้องไห้ เหงื่อท่วมหน้า ทำไมกัน
พวกเรานั้น ฉันเข้าใจ ให้บอกมา
...ตัวที่สาม อ้ำอึ้ง อยู่ซักครู่
ก็ไม่รู้ ว่าจะพูด ดีไหมหนา
ตัดสินใจ สุดกล้ำกลืน ฝืนอุรา
อันตัวข้า....มานั่งขี้....ยังไม่ตาย.....

วิธีถ่ายรูป ให้ตัวเองออกมาดูดี (พร้อมตัวอย่าง)

มีเป็นลิงค์ !!  ทุกคนคงไม่ขี้เกียจ "คลิ๊ก" น้ะจ๊ะ !

http://webboard.yenta4.com/topic/318290

เร้ววววว  !!  คลิ๊กเล้ยยยย (';

บ้านที่ ผี วิญญาณ ชอบอยู่



เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมบ้านบางหลังถึงมีคนเจอผีบางหลังไม่เคยเจอ เป็นไปได้มั้ยว่าลักษณะของบ้านที่แตกต่างกันเป็นตัวกำหนด เหมือนกับคนเราบางคนชอบบรรยากาศแบบภูเขา บางคนชอบทะเล ผีเองก็เคยเป็นคนมาก่อนรสนิยมที่ว่าก็เลยติดตัวไป ทำให้ผีเลือกบ้านที่ตัวเองชอบ และนี่คือสุดยอดเคล็ดลับ จัดบ้านอย่างไรให้ผีชอบอยู่ หรือวิธีการสร้างบ้านผีสิง นั่นเองพร้อมแล้วไปดูกันเลย

1.เลือกทำเลอาถรรพ์เช่น บ้านตรงกันข้ามโบสถ์ วิหาร วัด ศาลเจ้า โรงพยาบาล สุสาน เสา เครื่องหมายจราจร มีปล่องไฟ เป่าลมพุ่งมาหาบ้าน หรือที่เปลี่ยวๆห่างจากชุมชน ถ้าบ้านใครอยู่ในที่ดังกล่าว เรียกได้ว่ามีชัยไปกว่าครึ่งในการเชิญผีมาอยู่เลยทีเดียวล่ะ

2.สร้างด้วยไม้เป็นหลัก สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเรื่องของความเป็นธรรมชาติ เพราะต้นไม้ก็เป็นสิ่งมีชีวิตประเภทหนึ่งเหมือนกัน และในบ้านมีเสาเอกให้ด้วยก็แหล่มเลย

3.ทำบริเวณบ้านให้รกครึ้มไปด้วยแมกไม้พฤกษานานาพันธุ์ แถมด้วยต้นไม้ต้องห้ามประเภท ตะเคียน ไทร ซ่อนกลิ่น อะไรพวกนี้ยิ่งถูกใจสุดๆ

4. ฝืนหลักฮวงจุ้ยเท่าที่สามารถทำได้ ยิ่งเยอะยิ่งชอบอยู่ ในศาสตร์ทางวิชาฮวงจุ
้ยได้กล่าวถึงลักษณะของบ้านที่มักจะมีผีหรือคนในบ้านมักจะเห็นผี ดังนี้

- ประตูหน้าบ้านมีพลังอิมมาก หมายถึงมีความมืดมาก และทิศทางของหน้าบ้านหันไปทางทิศ ตะวันตกเฉียงใต้ ตรงช่วง 210 องศา-240 องศา หรือหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตรงช่วง 30 องศา-60 องศา ซึ่งทางฮวงจุ้ยจะเรียก 2 ทิศทางนี้ว่า ประตูผี


- บ้านที่มีแสงสว่างไม่พอ ภายในบ้านมีบรรยากาศมืด ๆ สลัว ๆ โดยเฉพาะทิศ ตะวันตกเฉียงใต้และทิศ ตะวันออกเฉียงเหนือมีความมืดมาก ก็จะกระตุ้นให้เกิดพลังอิมมากขึ้น โอกาสเจอผีก็มีสูงตามไปด้วย

- บ้านที่มีรูปทรงของบ้านยาวกว่าปกติ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นบ้านธาตุไม้ อาทิเช่น บ้านห้องแถวมี ทางเดินตรงกลางมืด ๆ ผีก็ชอบอยู่ด้วย

- การสร้างห้องพระตรงกับห้องน้ำ, ประดับประดาด้วยของอัปมงคลต่างๆเช่น เขากระทิง นอแรด, การทำกำแพงให้เก่าสกปรกขึ้นราและทุกวิถีทางที่ทำให้บ้านโทรมที่สุด ฯลฯ


เป็นยังไงกันบ้างสำหรับ การจัดบ้านให้น่าอยู่(สำหรับผี) เป็น D.I.Y. ที่ใครก็ทำได้ ลองทำกันดูนะ อย่าลืมส่งต่อให้คนที่ท่าน(ไม่)รัก ขอให้มีความสนุกกับเพื่อนใหม่ในบ้านนะ........โบร๋ววววว



คืนเปลี่ยว ป่าช้าร้าง ประสบการณ์จริงจากตนเอง (อ้างจากเว็บ)



บ้านดิฉันอยู่ในซอยเสนาฯ ถึงวังหินแล้วเลี้ยวขวาไปถึงก่อนแยกเสือใหญ่ พ่อแม่อยู่ที่นั่นมา 20 กว่าปีแล้ว เมื่อเด็กๆ เคยพาดิฉันกับพี่ชายไปเที่ยวแดนเนรมิตบ่อยๆ เพราะอยู่ใกล้บ้านมาก เด็กๆ มักชอบถ้ำผีสิงกันค่ะ ไม่เคยนึกเลยว่าจะมาเจอของจริงตอนโต

เมื่อเดือนก่อน พวกเพื่อนๆ ร่วมงานในมหาวิทยาลัยเอกชน ชวนไปเที่ยวพัทยาเพราะมีวันหยุดยาว พอดีกับพ่อแม่ก็ชวนไปเที่ยวภาคเหนือกับเพื่อนๆ แต่ดิฉันปฏิเสธหมด อยากพักผ่อนร่างกายและจิตใจอยู่กับบ้านมากกว่า

คืนแรกนั่นเอง ขณะนอนดูทีวีบนโซฟาสบายๆ ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ดิฉันอยู่บ้านนี้มาแต่เกิดก็จริง แต่ยังไม่เคยนอนคนเดียวในบ้านสักคืน!

คืนนี้เป็นคืนแรกในชีวิต!!

จู่ๆ ไฟฟ้าก็ดับวูบลง มืดสนิท ดิฉันร้องอุทานอย่างลืมตัว นึกถึงฝนฟ้าที่ดังคะนองมาแต่ตอนเย็น แต่ไม่ทันเฉลียวใจ พยายามนึกถึงเทียนไขกับไม้ขีดที่คุณแม่เตรียมไว้ว่ามันอยู่ที่ลิ้นชักตู้เก็บของ หรือจะอยู่ข้างเครื่องเล่นดีวีดี ใต้โต๊ะวางทีวี?

ทันใดนั้น แสงไฟก็สว่างพรึ่บขึ้นตามเดิม! ถอนใจอย่างโล่งอก ตอนนั้นไม่กลัวอะไรเลยค่ะ ก็อยู่มานานเต็มที บ้านเรือนติดๆ กันทั้งนั้น ประตูรั้วก็แข็งแรง ประตูบ้านแน่นหนา หน้าต่างมีเหล็กดัดทุกบาน หัวขโมยอย่าหวังจะไขด้านนอกเข้าบ้านเราได้สะดวกๆ ถ้าเกิดไฟไหม้แต่คนสติดีๆ ก็สามารถเปิดออกไปได้

เสียงหน้าต่างกระแทกปังๆ เล่นเอาสะดุ้งเฮือก ครั้นหันมองก็เห็นเปิดกว้างเป็นปกติ แต่มีเสียงเดิมดังขึ้นอีก ...คราวนี้แน่ใจแล้วว่าเสียงนั้นดังมาจากชั้นบนที่ไม่มีใครอยู่!

เอ๊ะ! ชักยังไง? เงยหน้าขึ้นมอง...แสงสว่างก็ยังมี แต่คราวนี้ทีวีดังลั่นจนเผ่นพรวดขึ้นนั่ง มองหารีโมตก็วางอยู่ใกล้ๆ เราอาจโดนปุ่มวอลุ่มโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้

กำลังจะเอนลงนอนให้สบายๆ ดูหนังจากเคเบิล... อ้าว? เสียงทีวีกลับเบาวูบลงเฉยๆ แทบไม่ได้ยิน...แต่นั่นกลับทำให้เสียงอย่างอื่นดังชัดเจนยิ่งขึ้นจนใจหายวาบ...นั่นคือเสียงประตูปิดเปิด ไม่ถึงกับรุนแรงนัก แต่ก็ดังมาเข้าหูชัดเจน

เสียงคนเดิน...เอาละซี!!

นอกจากเสียงลมครวญครางอยู่ภายนอกแล้ว สรรพสิ่งเงียบกริบจนน่าใจหาย รถราก็แทบจะไม่ดังแว่วมาเลย แต่เสียงคนเดินจนกระดานลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังอยู่ข้างบนแน่ๆ จนต้องแหงนหน้ามองตามไป...ทางโน้นทีทางนี้ที

นั่นที่ห้องพ่อแม่ นั่นห้องเราเอง! ตอนนี้ออกมาหน้าห้องแล้ว กระดานลั่นเอี๊ยดๆ ตรงมาทางบันได ราวกับจะลงมาหาเรา...

หัวใจเต้นโครมๆ ราวกับมีกลองรัว อ้าปากค้าง ตาเบิกโพลงจ้องมองที่บันได...แต่ก็ไม่มีเสียงบันไดลั่น นอกจากเสียงถอนใจยืดยาว...หรือว่าจะเป็นลมพัดเข้ามา แต่เราอุปาทาน หวาดกลัวไปเองเพราะเป็นคืนแรกที่นอนอยู่บ้านเพียงคนเดียว

แล้วบ้านนี้มีอะไรล่ะ? ตั้งแต่ปลูกมายังไม่มีใครตายซักคนนี่นา! หรือว่า...

ดิฉันขนลุกเกรียวทั้งตัวเมื่อนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ชาวบ้านลือกันว่า บริเวณนี้เคยเป็นป่าช้าเก่า...ป่าช้าแขกที่ผีดุมาก มีอาถรรพณ์น่าขนหัวลุกหลายๆ อย่างเช่น คนโดนผีหลอกจนจับไข้หัวโกร๋นมาแล้ว บางคนล้มเจ็บปางตายก็มี

ต่อมา บ้านเรือนหนาแน่นขึ้น ร้านค้าและรถเข็นแผงลอยผุดสะพรั่ง เรื่องผีจึงค่อยซาไป แต่น่าสังเกตว่าร้านขายอาหารขนาดใหญ่จะขาดทุนย่อยยับ เชื่อกันว่าปลูกทับกลางป่าช้าพอดี อย่างที่เราถือกันว่าห้ามปลูกเรือนคร่อมตอนั่นแหละค่ะ

ราวสิบปีก่อนมีร้านสุกี้ใหญ่โตมาตั้งที่นั่น ไม่นานก็ต้องปิดเพราะขาดลูกค้า เจ้าของเดิมให้เช่าทำร้านเนื้อย่างเกาหลี รายนี้อยู่ได้ปีเศษก็ยอมแพ้ ต้องเลิกกิจการไปจนได้

ทำไมที่บ้านดิฉันไม่เคยพบเหตุการณ์สยองขวัญต่างๆ มาก่อนเลยก็สุดรู้ค่ะ

ตอนที่นั่งอกสั่นขวัญแขวนอยู่คนเดียว ดิฉันแทบร้องไห้ นึกเจ็บใจตัวเองที่ไม่ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ หรือพ่อแม่จะได้ไม่ต้องมานั่งขวัญหนีดีฝ่อคนเดียวแบบนี้

ในที่สุด ตัดสินใจสวดมนต์ไหว้พระ ไม่กล้าขึ้นไปนอนชั้นบน โดยอาศัยหลบภัยอยู่ที่โซฟาหน้าทีวีนี่แหละ มีอะไรจวนตัวจะได้เผ่นออกจากบ้านทันทีเลย

รุ่งเช้าแข็งใจขึ้นไปสำรวจชั้นบนก็พบว่าทุกอย่างปกติ ไม่มีร่องรอยว่าจะมีโจรผู้ร้ายขึ้นบ้าน...แต่ดิฉันเก็บเสื้อผ้าใส่กุญแจบ้านและรั้ว รีบบึ่งไปอาศัยบ้านเพื่อนนอนก่อนพ่อแม่จะกลับบ้าน...ไม่อยากหัวใจวายตายค่ะ

อ่านหนังสืออย่างไรให้จำแม่น - เคล็ดลับให้เรียนเก่ง'

 http://blog.eduzones.com/diaw30/22324